วินห์ ฮานอย ฮาลองเบย์...
posted on 12 May 2012 16:30 by zuni67 directory Travel, Diaryทริปนี้คือทัวร์ สว. ทรหดอดทนกันมาก
วินห์ ฮานอย ฮาลองเนี่ยห่างกันมว้าก....กกกก
ที่สำคัญตัวเมืองจำกัดความเร็วรถที่ 40 km/hr
ส่วนนอกเมืองจำกัดความเร็วที่ 70 km/hr
แล้วเค้ามีโทษที่หนัก เลยเอาอยู่ค่า...
แสงสึกรุงเทพยามราตรี...
เช้าที่นครพนมเข้า โรงแรมวิวโขงจัดการกิจส่วนตน
อาหารเช้าแล้วผ่านแดน วันเดียวไปสามประเทศเชียว55
จากเกาแจวมุ่งหน้าสู่เมืองวินห์
เพื่อเยี่ยมชมหมู่บ้านกิมเรียน
บ้านเกิดท่านโฮจิมินห์ ซึ่งจัดว่าเป็นเศรษฐีในสมัยนั้น
แม่ค้ารายทางก่อนเข้าหมู่บ้านกิมเรียน
ภายในบ้านเกิดท่านโฮจิมินห์
เนื่องจากระยะทางไกล
แถมจำกัดความเร็วรถวันแรกในเวียดนามเหนือ
จึงเยี่ยมชมได้เพียงที่เดียว
เช้าเตรียมเดินทางสู่เมืองฮาลอง (กุ้ยหลินเวียดนาม)
กินอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารในเมืองนินบิน
อาหารเค้าจืดสนิท ทุกจาน ทุกที่ เฮ้อ...TT
พักค้างที่โรงแรม Crown ก่อนล่องเรือวันรุ่งขึ้น
ฮาลองกับความเชื่อว่าเป็นเมืองมังกรล่อนลงสู่มหาสมุทร
อ่าวฮาลองมีเนื้อที่ 4,000 ตร.กม. เป็นเกาะหินปูน
อยู่กันกระจัดกระจายกว่า 1,000 เกาะ(ไม่มีชื่อทุกเกาะ)
นอกจากนี้ยังมีถ้ำนางฟ้าหรือถ้ำสวรรค์อีกด้วย
อยู่ในจังหวัดกว่างนิงห์ ถ้าไม่มาก็ไม่ถึงเวียดนามเหนือเลยเชียว...
ภาพยนตร์ อินโดจีน สัญชาติฝรั่งเศษ ทำให้ฮาลองเริ่มขึ้นชื่อ
คู่แม่ลูกน่ารักเจ้าของทริปจัดทัวร์ สว.เป็นงานอดิเรก
แม่บ่นลูกกระปอดกระแปด ถ่ายใหม่สิลูก
ดูสิถ่ายซะแม่อ้วนเชียว
เหตุเพราะกล้องหรือลูกสินะ 5555
ระหว่างล่องเรือเค้าจะพาแวะช้อปปลาปูกุ้งหอย
เป็นหมู่บ้านชาวประมงอยู่กันเป็นแพ
มีกระชัง(ตระกร้าพลาสติคชัดๆ)บนแพ
ไว้เลี้ยงกุ้งหอยปูปลาเพื่อขายนักท่องเที่ยว
โชคดีของปลาช่อนทะเลตัวนี้ที่ราคาสูงถึง 3,500 บาทเลยรอด
ในทะเลก็ยังมีเรือแจว คนแจวคงแข็งแรงน่าดู
หินรูปร่างคล้ายไก่ 2 ตัว อยู่กันเป็นคู่จะได้ไม่เหงา
ถ้ำนางฟ้าหรือถ้ำสวรรค์
ไม่สวยเท่าถ้ำมรกตที่แม่ฮ่องสอนของบ้านเรา
ดูตั้งใจและประดิษฐ์เกินแสงสีเต็มไปหมด
ปล่อยให้นักท่องเที่ยวจับ-นั่งตามอำเภอใจ
ภายในถ้ำก็มีหินรูปร่างต่างๆ
สุดแต่ใครจะจินตนาการ ทั้งช้าง สิงโต มังกร
และเต้านมมังกรที่ทิ้งไว้เลี้ยงชาวเวียดนามรุ่นแรก
ตามความเชื่อคล้ายนิยายปรัมปราที่น่าจะมีกันทุกประเทศ...
หินคล้ายเต้านมซึ่งมังกรตัวเมียทิ้งไว้เลี้ยงลูก..
สารพัดเรือในอ่าวฮาลองเบย์...โรแมนติค
หมวกแนว....ไม่เหมือนใครใส่อยู่คนเดียว
ไม่ว่าเป็นคนชาติไหนก็ต้องมีศักดิ์ศรีทุกคนสิเนอะ ป๋ะสักสีกัน555
ใครๆก็มาฮาลองเบย์กัน...
สาวเวียดนาม สูงยาว ขาวดีนะ ^___^
ระหว่างทางไปฮานอยแวะช้อปมาตามทางตามที่ไกด์พาไป
ชิมกาแฟก่อนเลือกซื้อตามชอบ
ไม่ถูกปากอย่างแรง หวานเกิ๊น..นนน
ยิ่งกาแฟกลิ่นมะพร้าวด้วย เฮ้อ...ไม่เข้ากันอย่างมว้าก..กกก
กาแฟชะมด ไม่มีให้ชิมขายอย่างเดียวจ้า...
ชุดที่เห็น 1,400 บาท สว.ที่ไปบอกไม่แพง
รักษาโรคและม่ประโยชน์ เชียงใหม่เค้าว่าแก้วละ 500 บาท
กลิ่นคงรุนแรงน่าดูเนอะ จินตนาการไปเอง....

จั๊กจั่นลอกคราบ 3 ตัวใกล้กัน ว่ากันว่าเอาไปเข้ายาจีนได้
เครื่องจองจำหอยมุก
ของดีขึ้นชื่อเวียดนามเหนือก็ต้องไข่มุกทะเล
หลากขนาดหลากราคา
สว.เค้าคุยกันว่าเกาะปันหยีบ้านเราถูกกว่า..เหรอ???(แอบพูดในใจ)
ส่วนใหญ่จะเหมาครีมทาหน้าจากผลิตภัณฑ์ไข่มุก
และครีมไข่มุกขายดีที่สุด....
ผ่านด่านเก็บค่าผ่านทาง ต่างจากบ้านเราเยอะเลย
ผ่านหมู่บ้านทำยาสูบก็จะเห็นยาสูบตากข้างทางมากมาย
ร้านขายขนมแต่มีตุ๊กแกดองเหล้าด้วย น่าขนลุกนะ...
งูเห่ายักษ์คาบแมงป่องยักษ์ในโหลเหล้าดอง
ส่วนร้านขายหินอ่อนงานศิลปะก็ไม่น้อยหน้าด้วยงูเห่าดองเหล้า
ดูแว่บแรกคิดว่างูเหลือมตัวใหญ่น่ากลัวมากแถมปากยังคาบแมงป่องอีก
คนเนี่ยทำกันไปได้ กินแล้วไม่ตายรึ พิษเต็มตัว TT
ร้านยาจียจากธิเบตก็มาเปิดสาขาที่เวียดนามเหนือ
ร้านนี้มีหมอจีนดูมือบอกโรคและบีบนวดให้ด้วยนะ
ได้หญ้านอนธิเบตและยาเลือดลมมาอย่างละ 1 กล่อง
แพงเหมือนกันก็ของมันหายากและเก็บยากอ่ะนะ...
แวะซื้อกล้วยและสัปปะรดกันด้วยแหละ
สัปปะรดก็ประมาณหัวละ 20 บาท
กล้วยหวีละ40 บาท เหมาเครือ 100 บาท
คนไทยอ่ะนะกินได้มั้ยไม่รู้ ใครจะซื้อ หวีเดียวล่ะ
ซื้อถูกไว้ก่อนกินไม่ได้ก็ทิ้ง!!! คุ้มซ้า...555
กล้วยเค้าคล้ายกล้วยน้ำไทบ้านเรา (สว.ในรถคุยกัน)
มีด้วยเหรอ เพิ่งรู้นะเนี่ย มันมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เปรี้ยวนิดๆ
สรุปโดยรวมกล้วยน้ำว้าอร่อยกว่า...
ระหว่างทางก็จะเจอน้ำกับนาข้าว...
อาชีพหลักเวียดนามเหนือคือทำนา
ที่ทางจะเป็นของรัฐทำแล้วแบ่งรัฐ 30%
แต่ข้าวเค้าจะส่งออกหมด
คนเวียดนามชอบกินข้าวหอมมะลิไทย
ฉลาดเข้าใจกินนะ แต่เราไม่ชอบเพราะยางเราเยอะละ 555
ไม่อยากจะเหลาเลยว่าโชคดีแค่ไหน
ระหว่างทางรถติดเพราะทางข้างหน้ามีอุบัติเหตุ
ติดแหงกมองซ้ายมองขวาเจอรถแก๊สขนาบข้าง
มาตลอดทริปเพิ่งเจอเนี่ยแหละ
เจอถูกเวลาด้วยนะนั่น...หึๆ TT
ระหว่างรอตำรวจเคลียพื้นที่
ไกด์เวียดนามมีน้ำใจลงไปช่วยสาวเวียดนาม
ขยับรถมอเตอร์ไซด์ให้ไปต่อได้
เค้ามีน้ำใจแล้วก็รักกันดีเนอะ...
ระหว่างทางที่เคลื่อนไปอย่างช้าๆ
เจอเรื่องราวข้างทางมากมาย
อย่างที่ลาวมีจุดหนึ่งต้องจอดรถ
ทั้งคนขับคนรถและไกด์ลาว..ท้าวคำประเสริฐ
พากันลงจากรถพร้อมธูปกำใหญ่เพื่ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง
ขอทางเพื่อการเดินทางโดยสวัสดิภาพ
ของเราก็แค่บีบแตรเนอะ อย่างเขาหินช้างน่ะ
ส่วนในเวียดนามขับรถตามกันมาอยู่ดีๆ
เบรคลงไปยิงกระต่ายข้างทางหน้าตาเฉยเลย ^^
ออกรถไปอีกพักใหญ่ก็เจออีก...
คราวนี้งานใหญ่วิ่งกรูลงจากรถกันหลายคน
คนในรถเราตกใจยืนในรถเป็นไทยมุงกันทันที...
เค้าลงไปไล่ล่าตะกวดกันอ่ะ
ตัวเท่าแขนดิ้นรนรอความตายพันแขนคนกลุ่มนั้นอ่ะ
เค้าบอกว่านอกจากกินแมว หมาแล้วตะกวดก็ของดีเค้าล่ะTT
พักตาพักใจให้หายละเหี่ยใจกับทิวทัศน์ที่ยังอีกยาวไกล
ทริปนี้ที่จะเยี่ยมชมแต่ละที่ไกลกันมาก
อย่างที่บอกจำกัดความเร็วด้วยเลยไปกันใหญ่
เดินทางรอนแรมในรถซะเยอะ
แต่ก็ได้เห็วิถ๊ชีวิตเค้า...
ได้ชิมอาหารและใช้บริการห้องน้ำเค้าตามทาง (ทรมานนะ)
บางปั๊มก็ไม่ให้เข้า ส่วนที่ให้เข้า
ผู้ชายยังวิ่งขึ้นรถแทบไม่ทัน
พร้อมรายงานผลพิสูจน์หลักฐานว่า
" ไม่ไหว เจ้าที่เดิมเค้าแรงมาก ไม่อยากไปทับที่เค้า ของเค้าแรว้ง!!" 555
เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก
ครั้นจะลงไปยิงกระต่าย อืมม์มันจะดีหรือคะ
เกิดเป็นผู้หญิงต้องอดทนค่ะ อั้นกันสุดฤทธิ์สุดเดชเลยค่ะ555
รอนแรมกันตั้งแต่พระอทิย์ขึ้นยันพระอาทิตย์ตกดินทุกวัน
มีควายกับปลักควายให้ดูด้วยนะ แต่รถแอร์เลยไม่ได้กลิ่นโคลนนะ
ถนน 36 สายจุดช้อปของก๊อบ คล้ายตลาดโรงเกลือ+จตุจักร
อยู่ใกล้กับโรงละครหุ่นกระบอกน้ำ เดินดูของแล้วเลยดูละคร
ต้นตำรับหุ่นกระบอกน้ำคือของเวียดนามเหนือ
ผู้ชักใยหุ่นกระบอกน้ำ..จากหลังม่านสู่หน้าม่านตอนจบเรื่อง
ร้องเล่นดนตรีกันสดๆชอบเครื่องสายเค้าแปลกตาดี
เล่นเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวบ้าน ตกปลา เพาะปลูกเก็บมะพร้าว
มีแข่งเรือแข่งพายด้วยนะ แต่ไม่ยักมีแข่งวาสนานะเออ....
ตรงนี้เป็นทิวทัศน์ลาวช่วงข้ามแดน
ลายกระเบื้องหน้าร้านอาหารในลาว เจ้าของเป็นชาวเวียดนาม
บึงน้ำเว้าแหว่งเป็นรูปหัวใจ
จตุรัสบาดิ่งห์ในฮานอย (สนามหลวงเวียดนาม)
ได้มีโอกาสไปเคารพศพโฮจิมินห์ที่เก็บรักษาอย่างดีในโลงแก้ว
ไกด์บอกว่าส่งไปทำที่โซเวียต
ถือว่าเก่งนะทำได้ขนาดนี้ เหมือนท่านกำลังนอนหลับ
ทั้งสีผม สีผิวดูเหมือนท่านยังมีชีวิตอยู่เลย...
ตลาดค้าส่งคล้ายตลาดเก่า เยาวราชบ้านเราเลย
ตลาดนี้ไม่พูดภาษาอื่นนอกจากเวียดนาม
ไกด์บอดว่ามะนาวกิโลละ 80 บาท
ชาเขียวโลละ 400 บาท
ไก่สดๆ สดมากจริงๆ
ด้านในคล้ายตลาดกิมหยงของเราทางใต้นะ
มีขายตามข้างทางเยอะเลย
แล้วก็ขึ้นเขาลงห้วยรอนแรมกันต่อไป
เห็นป้ายนี้คิดเองว่า ป่ะหนีตามกันไปเหอะ555
ธรรมชาติทุกประเทศก็สวยหมดนะ
แม้แต่หินยังทำให้ดูอ่อนโยนได้เลยเนอะ
ไกด์ก็พยายามจงใจตั้งจะพูดแต่คำว่าหินอ่อนอ่ะนะ
ลายปักยังกับภาพถ่ายภาพวาด เนียนสวย เก่งจริงเชียว
ฮานอย
ผู้ชายกับเด็กอ่อน ดูละมุนดีนะ
ร้านอาหาร ชา-กาแฟ เบียร์จะประมาณนี้และอาจเก้าเตี้ยเล็กกว่านี้
นานาชาติร่วมกันสร้างกำแพงกระเบื้องเป็นทางยาว
งานศิลปะนานาชาติฉลองเมืองทาลอง(ฮานอย)ครบ 1,000 ปี
หมวกกันน็อคเค้าดีนะมีช่องให้มวยผมโผล่ออกมาได้ด้วย55
รถขายผลไม้ในฮานอย
ที่ฮานอยก็มี Tag
บุฟเฟ่อาหารรวมเวียดนามทุกภาค กินของที่ชัวร์ดีกว่า^^
ทางปราบเซียนคนขับต้องเซียนกว่า
เจอแต่รถขนไม้จากลาวข้ามไปฝั่งเวียดนามและจีนTT
คนยังไม่ยอมหยุดทำร้ายธรรมชาติกันอีก
พอธรรมชาติเอาคืนมันจึงหนักและรุนแรงมาก
จะโทษใครได้ นอกจากตัวของพวกเราเอง...
เห็นรางรถไฟตลอดเส้นทางเพิ่งได้เห็รถไฟวิ่ง...
โรงแรม 3 ดาวในเวียดนามเหนือ
เตียงคู่นอนเคียงคู่กับหนุ่มน้อย เกาะแจเรียกพี่ๆตลอดทริป
ข้ามกลับมาบ้านเราแล้ว...
ไม่มีที่ไหนจะสุขใจอุ่นใจเท่าประเทศไทยแล้วล่ะ
ดูความเป็นอยู่เพื่อนบ้านเค้าลำบากมากเลยนะ
ไม่มีเรียนฟรี ไม่มีระบบเงินผ่อนอยากได้อะไรต้องเก็บเงินให้ครบจึงซื้อ
ประเทศไทศสวรรค์ชั้นต้นดีดีนี่เอง...
Tags: วินห์, ฮานอย, ฮาลอง, เวียดนามเหนือ6 Comments





