วินห์ ฮานอย ฮาลองเบย์...

posted on 12 May 2012 16:30 by zuni67  directory Travel, Diary
ทริปนี้คือทัวร์ สว. ทรหดอดทนกันมาก
วินห์ ฮานอย ฮาลองเนี่ยห่างกันมว้าก....กกกก
ที่สำคัญตัวเมืองจำกัดความเร็วรถที่ 40 km/hr
ส่วนนอกเมืองจำกัดความเร็วที่ 70 km/hr
แล้วเค้ามีโทษที่หนัก    เลยเอาอยู่ค่า...
 
 
                               แสงสึกรุงเทพยามราตรี...
 
เช้าที่นครพนมเข้า โรงแรมวิวโขงจัดการกิจส่วนตน
อาหารเช้าแล้วผ่านแดน วันเดียวไปสามประเทศเชียว55

 
 
จากเกาแจวมุ่งหน้าสู่เมืองวินห์
เพื่อเยี่ยมชมหมู่บ้านกิมเรียน
บ้านเกิดท่านโฮจิมินห์ ซึ่งจัดว่าเป็นเศรษฐีในสมัยนั้น

 
                  แม่ค้ารายทางก่อนเข้าหมู่บ้านกิมเรียน
 

                    ภายในบ้านเกิดท่านโฮจิมินห์

เนื่องจากระยะทางไกล
แถมจำกัดความเร็วรถวันแรกในเวียดนามเหนือ
จึงเยี่ยมชมได้เพียงที่เดียว
 
เช้าเตรียมเดินทางสู่เมืองฮาลอง (กุ้ยหลินเวียดนาม)
กินอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารในเมืองนินบิน
อาหารเค้าจืดสนิท ทุกจาน ทุกที่ เฮ้อ...TT
พักค้างที่โรงแรม Crown ก่อนล่องเรือวันรุ่งขึ้น
 
 
        ฮาลองกับความเชื่อว่าเป็นเมืองมังกรล่อนลงสู่มหาสมุทร
 
อ่าวฮาลองมีเนื้อที่ 4,000 ตร.กม. เป็นเกาะหินปูน
อยู่กันกระจัดกระจายกว่า 1,000 เกาะ(ไม่มีชื่อทุกเกาะ)
นอกจากนี้ยังมีถ้ำนางฟ้าหรือถ้ำสวรรค์อีกด้วย
อยู่ในจังหวัดกว่างนิงห์ ถ้าไม่มาก็ไม่ถึงเวียดนามเหนือเลยเชียว...
ภาพยนตร์ อินโดจีน สัญชาติฝรั่งเศษ ทำให้ฮาลองเริ่มขึ้นชื่อ
 
 
        คู่แม่ลูกน่ารักเจ้าของทริปจัดทัวร์ สว.เป็นงานอดิเรก
 
แม่บ่นลูกกระปอดกระแปด ถ่ายใหม่สิลูก
ดูสิถ่ายซะแม่อ้วนเชียว
เหตุเพราะกล้องหรือลูกสินะ 5555
 
 
 
 
 
 
             ระหว่างล่องเรือเค้าจะพาแวะช้อปปลาปูกุ้งหอย
 
เป็นหมู่บ้านชาวประมงอยู่กันเป็นแพ
มีกระชัง(ตระกร้าพลาสติคชัดๆ)บนแพ
ไว้เลี้ยงกุ้งหอยปูปลาเพื่อขายนักท่องเที่ยว


 
 
    โชคดีของปลาช่อนทะเลตัวนี้ที่ราคาสูงถึง 3,500 บาทเลยรอด
 
 
               ในทะเลก็ยังมีเรือแจว คนแจวคงแข็งแรงน่าดู
 
 
               หินรูปร่างคล้ายไก่ 2 ตัว อยู่กันเป็นคู่จะได้ไม่เหงา
 
 
 
 
                        ถ้ำนางฟ้าหรือถ้ำสวรรค์
 
ไม่สวยเท่าถ้ำมรกตที่แม่ฮ่องสอนของบ้านเรา
ดูตั้งใจและประดิษฐ์เกินแสงสีเต็มไปหมด
ปล่อยให้นักท่องเที่ยวจับ-นั่งตามอำเภอใจ
ภายในถ้ำก็มีหินรูปร่างต่างๆ
สุดแต่ใครจะจินตนาการ ทั้งช้าง สิงโต มังกร
และเต้านมมังกรที่ทิ้งไว้เลี้ยงชาวเวียดนามรุ่นแรก
ตามความเชื่อคล้ายนิยายปรัมปราที่น่าจะมีกันทุกประเทศ...
 
 
            หินคล้ายเต้านมซึ่งมังกรตัวเมียทิ้งไว้เลี้ยงลูก..
 
    
            สารพัดเรือในอ่าวฮาลองเบย์...โรแมนติค
 
 
             หมวกแนว....ไม่เหมือนใครใส่อยู่คนเดียว
 
 
      ไม่ว่าเป็นคนชาติไหนก็ต้องมีศักดิ์ศรีทุกคนสิเนอะ ป๋ะสักสีกัน555
 
 
                             ใครๆก็มาฮาลองเบย์กัน...
 
 
               สาวเวียดนาม สูงยาว ขาวดีนะ ^___^
 
 
       ระหว่างทางไปฮานอยแวะช้อปมาตามทางตามที่ไกด์พาไป
 
ชิมกาแฟก่อนเลือกซื้อตามชอบ
ไม่ถูกปากอย่างแรง หวานเกิ๊น..นนน
ยิ่งกาแฟกลิ่นมะพร้าวด้วย เฮ้อ...ไม่เข้ากันอย่างมว้าก..กกก
 
 
กาแฟชะมด ไม่มีให้ชิมขายอย่างเดียวจ้า...
ชุดที่เห็น 1,400 บาท สว.ที่ไปบอกไม่แพง
รักษาโรคและม่ประโยชน์ เชียงใหม่เค้าว่าแก้วละ 500 บาท
กลิ่นคงรุนแรงน่าดูเนอะ จินตนาการไปเอง....
 
 
          จั๊กจั่นลอกคราบ 3 ตัวใกล้กัน ว่ากันว่าเอาไปเข้ายาจีนได้
 
 
                                  เครื่องจองจำหอยมุก
 
ของดีขึ้นชื่อเวียดนามเหนือก็ต้องไข่มุกทะเล
หลากขนาดหลากราคา
สว.เค้าคุยกันว่าเกาะปันหยีบ้านเราถูกกว่า..เหรอ???(แอบพูดในใจ)
ส่วนใหญ่จะเหมาครีมทาหน้าจากผลิตภัณฑ์ไข่มุก
และครีมไข่มุกขายดีที่สุด....
 
 
          ผ่านด่านเก็บค่าผ่านทาง ต่างจากบ้านเราเยอะเลย
 
 
         ผ่านหมู่บ้านทำยาสูบก็จะเห็นยาสูบตากข้างทางมากมาย
 
 
           ร้านขายขนมแต่มีตุ๊กแกดองเหล้าด้วย น่าขนลุกนะ...
 
 
                  งูเห่ายักษ์คาบแมงป่องยักษ์ในโหลเหล้าดอง     
 
ส่วนร้านขายหินอ่อนงานศิลปะก็ไม่น้อยหน้าด้วยงูเห่าดองเหล้า
ดูแว่บแรกคิดว่างูเหลือมตัวใหญ่น่ากลัวมากแถมปากยังคาบแมงป่องอีก
คนเนี่ยทำกันไปได้  กินแล้วไม่ตายรึ พิษเต็มตัว TT
 
 
          ร้านยาจียจากธิเบตก็มาเปิดสาขาที่เวียดนามเหนือ
 
ร้านนี้มีหมอจีนดูมือบอกโรคและบีบนวดให้ด้วยนะ
ได้หญ้านอนธิเบตและยาเลือดลมมาอย่างละ 1 กล่อง
แพงเหมือนกันก็ของมันหายากและเก็บยากอ่ะนะ...

 
 
แวะซื้อกล้วยและสัปปะรดกันด้วยแหละ
สัปปะรดก็ประมาณหัวละ 20 บาท
กล้วยหวีละ40 บาท เหมาเครือ 100 บาท
คนไทยอ่ะนะกินได้มั้ยไม่รู้ ใครจะซื้อ หวีเดียวล่ะ
ซื้อถูกไว้ก่อนกินไม่ได้ก็ทิ้ง!!! คุ้มซ้า...555
 
กล้วยเค้าคล้ายกล้วยน้ำไทบ้านเรา (สว.ในรถคุยกัน)
มีด้วยเหรอ เพิ่งรู้นะเนี่ย มันมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เปรี้ยวนิดๆ
สรุปโดยรวมกล้วยน้ำว้าอร่อยกว่า...
 
 
 
                         ระหว่างทางก็จะเจอน้ำกับนาข้าว...
 
อาชีพหลักเวียดนามเหนือคือทำนา
ที่ทางจะเป็นของรัฐทำแล้วแบ่งรัฐ 30%
แต่ข้าวเค้าจะส่งออกหมด
คนเวียดนามชอบกินข้าวหอมมะลิไทย
ฉลาดเข้าใจกินนะ แต่เราไม่ชอบเพราะยางเราเยอะละ 555
 
 
ไม่อยากจะเหลาเลยว่าโชคดีแค่ไหน
ระหว่างทางรถติดเพราะทางข้างหน้ามีอุบัติเหตุ
ติดแหงกมองซ้ายมองขวาเจอรถแก๊สขนาบข้าง
มาตลอดทริปเพิ่งเจอเนี่ยแหละ
เจอถูกเวลาด้วยนะนั่น...หึๆ TT
 
 
ระหว่างรอตำรวจเคลียพื้นที่
ไกด์เวียดนามมีน้ำใจลงไปช่วยสาวเวียดนาม
ขยับรถมอเตอร์ไซด์ให้ไปต่อได้
เค้ามีน้ำใจแล้วก็รักกันดีเนอะ...
 
ระหว่างทางที่เคลื่อนไปอย่างช้าๆ
เจอเรื่องราวข้างทางมากมาย
อย่างที่ลาวมีจุดหนึ่งต้องจอดรถ
ทั้งคนขับคนรถและไกด์ลาว..ท้าวคำประเสริฐ
พากันลงจากรถพร้อมธูปกำใหญ่เพื่ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง
ขอทางเพื่อการเดินทางโดยสวัสดิภาพ
ของเราก็แค่บีบแตรเนอะ อย่างเขาหินช้างน่ะ
 
ส่วนในเวียดนามขับรถตามกันมาอยู่ดีๆ
เบรคลงไปยิงกระต่ายข้างทางหน้าตาเฉยเลย ^^
ออกรถไปอีกพักใหญ่ก็เจออีก...
คราวนี้งานใหญ่วิ่งกรูลงจากรถกันหลายคน
คนในรถเราตกใจยืนในรถเป็นไทยมุงกันทันที...

เค้าลงไปไล่ล่าตะกวดกันอ่ะ
ตัวเท่าแขนดิ้นรนรอความตายพันแขนคนกลุ่มนั้นอ่ะ
เค้าบอกว่านอกจากกินแมว หมาแล้วตะกวดก็ของดีเค้าล่ะTT
 
 
            พักตาพักใจให้หายละเหี่ยใจกับทิวทัศน์ที่ยังอีกยาวไกล
 
 
 
ทริปนี้ที่จะเยี่ยมชมแต่ละที่ไกลกันมาก
อย่างที่บอกจำกัดความเร็วด้วยเลยไปกันใหญ่
เดินทางรอนแรมในรถซะเยอะ
แต่ก็ได้เห็วิถ๊ชีวิตเค้า...
ได้ชิมอาหารและใช้บริการห้องน้ำเค้าตามทาง (ทรมานนะ)
บางปั๊มก็ไม่ให้เข้า ส่วนที่ให้เข้า
ผู้ชายยังวิ่งขึ้นรถแทบไม่ทัน
พร้อมรายงานผลพิสูจน์หลักฐานว่า
" ไม่ไหว  เจ้าที่เดิมเค้าแรงมาก ไม่อยากไปทับที่เค้า ของเค้าแรว้ง!!" 555
เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก
ครั้นจะลงไปยิงกระต่าย อืมม์มันจะดีหรือคะ
เกิดเป็นผู้หญิงต้องอดทนค่ะ อั้นกันสุดฤทธิ์สุดเดชเลยค่ะ555
 
 
 
               รอนแรมกันตั้งแต่พระอทิย์ขึ้นยันพระอาทิตย์ตกดินทุกวัน
 
 
 
          มีควายกับปลักควายให้ดูด้วยนะ แต่รถแอร์เลยไม่ได้กลิ่นโคลนนะ
 
 
         ถนน 36 สายจุดช้อปของก๊อบ คล้ายตลาดโรงเกลือ+จตุจักร

 
          อยู่ใกล้กับโรงละครหุ่นกระบอกน้ำ เดินดูของแล้วเลยดูละคร
 
 
                 ต้นตำรับหุ่นกระบอกน้ำคือของเวียดนามเหนือ
 
 
            ผู้ชักใยหุ่นกระบอกน้ำ..จากหลังม่านสู่หน้าม่านตอนจบเรื่อง
 
ร้องเล่นดนตรีกันสดๆชอบเครื่องสายเค้าแปลกตาดี
เล่นเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวบ้าน ตกปลา เพาะปลูกเก็บมะพร้าว
มีแข่งเรือแข่งพายด้วยนะ แต่ไม่ยักมีแข่งวาสนานะเออ....
 
 
                           ตรงนี้เป็นทิวทัศน์ลาวช่วงข้ามแดน
 
 
 
                ลายกระเบื้องหน้าร้านอาหารในลาว เจ้าของเป็นชาวเวียดนาม
 
 
                                    บึงน้ำเว้าแหว่งเป็นรูปหัวใจ
 
 
 
 
                         จตุรัสบาดิ่งห์ในฮานอย (สนามหลวงเวียดนาม)
 
ได้มีโอกาสไปเคารพศพโฮจิมินห์ที่เก็บรักษาอย่างดีในโลงแก้ว
ไกด์บอกว่าส่งไปทำที่โซเวียต 
ถือว่าเก่งนะทำได้ขนาดนี้  เหมือนท่านกำลังนอนหลับ
ทั้งสีผม สีผิวดูเหมือนท่านยังมีชีวิตอยู่เลย...
 
 
               ตลาดค้าส่งคล้ายตลาดเก่า เยาวราชบ้านเราเลย

ตลาดนี้ไม่พูดภาษาอื่นนอกจากเวียดนาม
ไกด์บอดว่ามะนาวกิโลละ 80 บาท
ชาเขียวโลละ 400 บาท

 
                                   ไก่สดๆ สดมากจริงๆ
 
 
                     ด้านในคล้ายตลาดกิมหยงของเราทางใต้นะ
 
 
                              มีขายตามข้างทางเยอะเลย
 
 
                     แล้วก็ขึ้นเขาลงห้วยรอนแรมกันต่อไป
 
 
               เห็นป้ายนี้คิดเองว่า ป่ะหนีตามกันไปเหอะ555
 
 
                          ธรรมชาติทุกประเทศก็สวยหมดนะ
 
 
                   แม้แต่หินยังทำให้ดูอ่อนโยนได้เลยเนอะ
 
ไกด์ก็พยายามจงใจตั้งจะพูดแต่คำว่าหินอ่อนอ่ะนะ
 
 
          ลายปักยังกับภาพถ่ายภาพวาด เนียนสวย เก่งจริงเชียว
 
 
                                           ฮานอย
 
 
                          ผู้ชายกับเด็กอ่อน ดูละมุนดีนะ
 
 
     ร้านอาหาร ชา-กาแฟ เบียร์จะประมาณนี้และอาจเก้าเตี้ยเล็กกว่านี้
 
 
 
          นานาชาติร่วมกันสร้างกำแพงกระเบื้องเป็นทางยาว
 
 
         งานศิลปะนานาชาติฉลองเมืองทาลอง(ฮานอย)ครบ 1,000 ปี
 
 
          หมวกกันน็อคเค้าดีนะมีช่องให้มวยผมโผล่ออกมาได้ด้วย55
 
 
                                  รถขายผลไม้ในฮานอย
 
                                        ที่ฮานอยก็มี Tag
 
 
           บุฟเฟ่อาหารรวมเวียดนามทุกภาค กินของที่ชัวร์ดีกว่า^^
 
 
                     ทางปราบเซียนคนขับต้องเซียนกว่า
 
 
           เจอแต่รถขนไม้จากลาวข้ามไปฝั่งเวียดนามและจีนTT
 
คนยังไม่ยอมหยุดทำร้ายธรรมชาติกันอีก
พอธรรมชาติเอาคืนมันจึงหนักและรุนแรงมาก
จะโทษใครได้ นอกจากตัวของพวกเราเอง...
 
 
            เห็นรางรถไฟตลอดเส้นทางเพิ่งได้เห็รถไฟวิ่ง...
 
 
 
 
                          โรงแรม 3 ดาวในเวียดนามเหนือ
 
 
 
       เตียงคู่นอนเคียงคู่กับหนุ่มน้อย เกาะแจเรียกพี่ๆตลอดทริป
 
 
ข้ามกลับมาบ้านเราแล้ว...
ไม่มีที่ไหนจะสุขใจอุ่นใจเท่าประเทศไทยแล้วล่ะ
ดูความเป็นอยู่เพื่อนบ้านเค้าลำบากมากเลยนะ
ไม่มีเรียนฟรี ไม่มีระบบเงินผ่อนอยากได้อะไรต้องเก็บเงินให้ครบจึงซื้อ
ประเทศไทศสวรรค์ชั้นต้นดีดีนี่เอง...

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2554
ได้เสด็จไปประทับรักษาพระอาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต
ณ ตึก 84 ปี ชั้น 5 โรงพยาบาลศิริราช
พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ
และสิ้นพระชมน์เมื่อเวลา 16.37 น.
ของวันพุธที่ 27 กรกฎาคม2554
รวมพระชนมายุ 85 พรรษา..

(ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุ
งานพระราชทานเพลิงพระศพฯ จัดพิมพ์ พ.ศ.2555)
 
 
 
 
 
 
        ข้อมูลความรู้ต่างๆจากนิทรรศการและแผ่นพับในงาน    
 
 
ความรู้เรื่องพระเมรุและเครื่องประกอบพระเมรุอย่างละเอียด
หาได้ในงานนี้ จัดทำโดยกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม 
 
 
       แม้แดดจะจัดจ้านก็ไม่อาจกั้นผู้คนที่หมุนเวียนกันมา ณ ที่นี้
 
 
                       บางกลุ่มเข้าไปชื่นชมใกล้ๆ
 
 
    กลุ่มใหญ่จะชื่นชมอยู่ไกลๆหลบแสงแดดที่แรงกล้าอยู่ใต้ร่มเงา
 
 
              สลับสับเปลี่ยนกันออกแดดและหลบร่ม
 
 
 
               แสงที่แรงขับให้ฟ้าสวย สีสรรสดใสจัดจ้าน
 
 
           ดอกไม้นานาพันธุ์แข่งกันอวดสีสรรและความงาม
 
 
    สัตว์ในจินตนาการนานาพันธุ์จากป่าหิมพานต์  ประกอบพระเมรุ
มีทั้งหมดกว่า 80 ชนิดจำนวนประมาณ 160 ตัวเลยทีเดียว
 
การสร้างสัตว์หิมพานต์ประกอบพระเมรุงานพระบรมศพและพระศพ
เป็นราชประเพณีสืบต่อกันมาช้านาน
ด้วยความเชื่อเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์เป็นสมมติเทวราช
เมื่อเสด็จสวรรคตจึงจัดสร้างพระเมรุ
โดยมุ่งหมายให้เป็นการจำลองพระสุเมรุ
ที่มีเขาสัตตบริภัณฑ์รายล้อมเชิงเขาพระสุเมรุคือป่าหิมพานต์...
 
 
 
                        กระถางนี้ดอกสีสวยแปลกตา
 
 
    นอกจากสัตว์หิมพานต์แล้วยังมีเทวดารอบพระเมรุ
 
เทวดาประกอบรอบพระเมรุครั้งนี้มีจำนวน 30 องค์
เป็นเทวดานั่งถือโคม 14 องค์
เทวดานั่งถือบังแทรก 6 องค์
เทวดายืนถือโคม 2 องค์
และเทวดายืนถือฉัตรผ้าอีก 8 องค์
 
 
 
 
ถึง 25 เม.ย.55นี้เท่านั้นค่ะ
หลังจากตากแดดจนสมองจะเดือดตัวแทบละลายไปกับแดดแล้ว
ก็ได้เวลาคนไฮเปอร์ ออกเดินทางตามล่ากิจกรรมต่อ...
 
 
               ไม่เว้นแชะแม้บนรถโดยสารประจำทาง...
 
 
          เกือบโดนรถเมล์วิ่งมาบัง..ช้าอีกนิดก็อดแชะ!!!
 
 
                 จังหวะดี...ภาพก็จะพอไปวัดไปวาได้...
 
 
                  เฟรมนี้แถมหมวกกันน็อคจ้า...555+
 
 
       เอียงกระเท่เร่ เพราะเอี้ยวตัวแชะ หนุกหนาน ชอบ..บ
 
 
                        ปลายทางที่สวนโมกข์.....
 
 
                       สงบงามท่ามกลางความเจริญ....
 
 
 
                     ออกแบบ เรียบง่ายแต่...เท่มีเสน่ห์...
 
 
                             หน้าห้องกิจกรรม......
 
 
                           ภายในห้องกิจกรรม....
 
ก่อนจินตนาการจะเตลิดบรรเจิด...
คงออกมาประมาณนุ่งขาวห่มขาว
สวดมนต์นั่งสมาธิแน่เรย....

เกือบใช่  แต่ไม่ใช่ค่า.....นะจ๊ะ!!! แวกๆๆๆๆ
ได้กราบพระ 3 ครั้งอย่างอ่อนช้อยค่ะ
แต่นุ่งยีนส์ยืด+แตะค่ะ แล้วก็...โยคะ
ถั่วต้มค่ะ ไซโคหลอกล่อ ตล๊อดๆๆๆๆๆ!!!!
ฟังดูนุ่มนวลอ่อนหวานก็ตรงลงท้ายด้วยคะเนี่ยแหละ
โยคะ โยคะกัน 555+
 
 
               บรรยากาศจากหน้าต่างห้องกิจกรรม
 
 
 
 
         ถอยออกมาก็จะเจอหน้าต่างบานใหญ่..ชอบมากมาย
 
 
            เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก..เกือบ 2 ชม.
 
ครูอาสาน่ารักมากจัดหนักจัดเต็ม
ครั้งแรก...ก็เดี้ยงแบบเกรงใจครู
ครูกลัวลูกศิษย์จะขาดทุน(ทั้งที่ไม่ต้องจ่ายสักบาท..555)
ลูกศิษย์ก็ตั้งใจพยายามทำให้ได้ทุกท่า...
เก้งก้างเหมือนนกกระยาง ครูก็ชมให้กำลังใจตลอด
เราก็บ้ายอทำสุดใจขาดดิ้น...
เช้ามาระบมช้ำชอกไปทั้งตัวทั้งกระดูกกระเดี้ยว โอย..ยย
 
 
                         ห้องนิพพานชิมลอง....
 
เสียงธรรมคำสอนจากพ่อแม่ครูอาจารย์
สลับเสียงสวดมนต์และความเงียบ...
คราวหน้าถ้าพาพ่อกับแม่มาด้วย
คงต้องได้ใช้บริการทำกิจกรรมที่ห้องนี้....
 
 
           แสงแรกที่ไหนก็ช่าง แต่..แสงสุดท้ายที่สวนโมกข์
 
เป็นสถานที่สัปปายะมากมายท่ามกลางตึกสูง
รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าดัง
แค่เดินเข้าไปในสวนโมกข์จิตก็อ่อนยวบ
เย็นกายเย็นใจอย่างบอกไม่ถูก...
บรรยากาศรายล้อมด้วยน้ำ ฟ้าและพันธุ์ไม้ใหญ่
สัญญากับตัวเองว่าจะต้องขโมยเวลาตัวเองมาที่นี่อีก แน่นอน...
 
น้องโทรชวนและรับไปหาของกินพอดี....
โชคดีกลับสะดวกแถมมีลาภปากอีก
วันนี้เลยเป็นวันดีดีอีกวันที่ต้องบันทึกไว้...
 
 
โยคะแล้วก็มาเติมสารพิษปิ้งย่าง รสจัดจ้านกันต่อ
กลับสู่โหมดชีวิตปกติ...555+
 
 
 
 มีโอกาส..ไปร่วมงานดีดีแบบนี้เมื่อปีก่อน..

 
ติดตาตรึงใจ บอกกับตัวเองว่า...
ถ้ามีงานแบบนี้อีก ต้องหาเวลา
มาพาตัวเองไปสิง เสพเรื่องราวดีดี เช่นนี้ ตลอดไป...
 
นับว่าเป็นวันที่ดีและน่าจดจำวันหนึ่ง...
ภาระกิจที่ได้รับมอบหมายคือเข้ารับการอบรม


ศิลปะง่ายๆหลากหลาย เด็กๆทำง่ายผู้ใหญ่ก็ฮาเฮ...
ครั้งนี้ได้เล่นละเลงสีกับ
อาจารย์ ดร.สุชาติ วงษ์ทอง
ได้ร้องเล่นเต้นกับครูเบย์ด้วย
แต่มัวเต้นเพลินเลยไม่มีภาพมาอวด ฮี่ๆๆ

 
 
ผลงานจากเอาสีเทียนละเลงบนกระดาษเอ 4
แล้วเอาช้อนพลาสติคขูดเนื้อเทียนหนาๆออก
(ขูดก่อนหรือหลังละเลงหมึกจีนก็ได้)
ละเลงหมึกจีนแล้วใช้ช้อนพลาสติคขูดเป็นรูปร่างตามชอบ
จะได้พิมพ์นำไปคว่ำบนกระดาษเอ 4 ว่างๆ
ตบๆให้พิมพ์ติด แกะออกจะได้งานภาพพิมพ์แปลกๆสวยๆ(???)ดังตัวอย่าง
 
 
       อันนี้คือผลงานตัวจริง  เอาไว้ไปลูบหน้าคนรอบตัว 5555
 
 
                  อาจารย์กำลังสอนย้อมสีจากสีผสมอาหาร
 
อุปกรณ์หาง่าย ทิชชูอเนกประสงค์แผ่นยาว
พับกระดาษเป็นสามเหลี่ยม กี่เหลี่ยมก็ได้
(โดยส่วนตัวจะไม่ชอบพวกหน้าเหลี่ยม แวกๆๆๆ)
แล้วเอามุมกระดาษพับแล้ว จุ่มสีหลากสีตามชอบ
ในคลาสนี้ไม่มีสีแดงล่ะ หุๆๆๆๆ เจี๊ยกๆ
 
 
                    ฟ้า เหลือง และชมพูช็อคกี้พิงค์!!!!
 
เสร็จจากอบรมก็ล่าเหยื่อชวนไปแพร่งภูธร..
หาคนเป็นทาง เพราะปีที่แล้วหลงซ้า...ขาลาก
เนื่องจากละแวกศาลาฯกทม.ยันเสาชิงช้า
ไม่มีใครรู้จักแพร่งภูธรเลยอ่ะ
เลิกเชื่อไปเลยว่าหนทางอยู่ที่ปาก แง่มๆๆๆ
รู้แต่ว่า... ถามได้ถามไปแต่ไม่มีคำตอบ ชัวร์ป้าด!!!!
 
 
ได้เหยื่อตามมา 1 แบบไม่ค่อยเต็มร้อยนักเพราะเปื่อย
แต่ทนรบเร้าเว้าวอนไม่ไหว ไปก็ได้!!! เย่...ต้องเยี่ยงนี้สิ ฮี่ๆๆๆ
จุดออกเดิน แยกคอกวัว แยกประวัติศาสตร์
(คนมันใจดำเห็นแก่ตัวอ่ะนะทำได้ทู้กอย่างเพื่ออำนาจ ว่าลอยๆ....)
 
 
    ผ่านศาลเจ้าพ่อเสือ แวะซื้อขนมเบื้อง..(แทนที่จะแวะไหว้เจ้า555)
 
   เดินไปเรื่อยๆผ่านแพร่งนาราเจอร้านลูกชิ้นเลื่องชื่อลูกสาวสวย...
 
   มาอีกนิดก็จะมาจ๊ะเอ๋กับงาน...เดินเรื่อยๆเดี๋ยวก็ถึงเองแหละ

 
   ลงทะเบียน...ร่วมด้วยช่วยกันทำมาหากินหน่อย จะได้จัดทู้กปีไง...
 
 
   ถึงตอน 16.30 น. แดดยังไม่โรยแรง สมองพาลจะเดือด..ร้อน!!!
 
 
 
             สิงโตเชิดแข่งกับความร้อนแรงแห่งตะวัน
 
 
          เด็กๆได้พื้นที่และโอกาสแสดงความสามารถ
 
 
       ใครใคร่ทำไรทำ ไม่เดือดร้อนใครเป็นพอ....พ.ท.นี้ดีจุงเร
 
 
                เหมือนวันครอบครัว  พากันมายกครัว...
 
 
                               มุมก่อร่างสร้างเมือง....

 
พับกล่องเล็กๆพร้อมเขียนคำอธิษฐานลงไปในกล่องใบเล็กก่อนปิดผนึก(ว.5)
ที่สร้างจากมือเล็กๆหลายๆมือ
เพื่อร่วมกัน....ทำให้เมืองเรามีสุขและยิ้มได้ ^___^
อธิษฐานเยอะเกิ๊น กระดาษเล็กไปถนัดใจ รั่ว...ว
 
                                    มีผลงานเราด้วย...
 
 
                         แดดยังไม่ร่ม ลมยังไม่ตก คนจึงยังบางตา...
 
 
 
      เดินมาสะดุดตากับภาระกิจ ว.5 ของเหล่ายอดมนุษย์ท่าทางซีเรียสเชียว!!!
 
 
                                สมาธิสูง ตั้งใจละเลงสีกันมั่กๆๆๆ

 
 
 
                                      ถักทอผืนผ้า...ทำได้ทุกวัย

 
               คนสอนน่ารัก ดูแค่มือก็รู้ละ อยากเห็นหน้าต้องไปดูเอง ฮี่ๆ

 
     หลากหลายคน มากมายฝีมือ ถูก-ผิดมั่ง
     เลยมีโอกาสได้เรียน   พอเข้าใจก็ช่วยนั่งแก้งานจนโอค่อยจากไป....
 

 
      วิธีโบราณแบบไทยๆ...แต่น่าจะนำประยุกต์แล้วนะ  อัศจ..ร.หัน การันต์ มั่กๆ
 
 
 
                         งานพิมพ์ภาพ.....รูปตึกที่รายล้อมแพร่งภูธร

 
 
                 ทรายกับทะเลเล็กเด็กๆเป็นของคู่กันจริงๆนะ 555
 
 
 
                             ชอบมุมนี้ มองมากี่ครั้งก็มีความสุข
 
 
                   มุมพับใบเตยเป็นช่อกุหลาบถวายพระ
 
 
                           แดดร่ม ลมตก บรรยากาศเปลี่ยน...
 
 
                        มากี่ที...เด็กๆยังคงรุมล้อม คุณตาที่..ใจดี๊ดี..
 
 
                       ยิ่งดึกยิ่งเหงา...เอ้ย ยิ่งดึกคนยิ่งมาก...
 
 
        มุมปั้นบัวลอย...ไม่รู้ว่าจะออกมาเค็มหรือหวานนะ รู้แต่ว่าสนุก 5555
 
 
 
                      หลงแสงสี...จนไม่อยากกลับบ้านละ
 
 
 
                   บรรยากาศ ท่ามกลางผู้คน น่าหลงใหล...
 
บนเวทีก็มีงานแสดงควบคู่กันไป...
                  


                                         วงสองวัย

 
                                         งิ้วดอทคอม มีคำบรรยาย..
 
 
 
                  คุณเจี๊ยบปิดงาน ต่อจากละครของกลุ่มมะขามป้อม...
 
อิ่มใจกับวันดีดี น้องมารับพาไปต่ออีก...
ไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลย วันทำกิจกรรม...
วันนี้วันสุดท้ายแล้วค่ะ วงสินเจริญฯกับคุณธีร์ ไชยเดชปิดงานค่ะ
โค้งสุดท้ายแล้วอย่าคิดนาน 1 ปีมีหนเดียว...
เต็มอิ่มเก็บเพลงสวยงามของสองวัย ^___^
 

qrcode