ขึ้นภู 3 ลูก ณ บึงกาฬ

posted on 19 Aug 2012 16:42 by zuni67 directory Travel
ตั้งใจไว้แต่ต้นปี จะขยันอัพบล็อค
แต่อะไรก็ไม่แน่นอนเนอะ
งานเข้าตลอดทั้งปี(ข้ออ้างตลอด)
มีทั้งต้องไปรับการอบรมระยะยาว
กับจัดอบรม 2 เดือนเต็มๆ
การบ้านเยอะ ปัญหาเพาะหน้าแยะ
พลังหมดไปกับงานที่รุมเร้า
พอมีโอกาสลงตัว ไม่ชนงาน
เลยได้พักร้อนเข้าป่า ไปที่ชอบที่ชอบได้อีกครั้ง
ทริปนี้ออกเดินทางเย็นวันศุกร์ที่ 10
กลับเข้ากรุงคืนวันที่13
วนเวียนในป่าเข้าจังหวัดบึงกาฬค่ะ
เอาบรรยากาศป่าเขาลำเนาไพรมาฝากค่ะ
 
 
                            ทางขึ้นภูทอก

 
 
                       แมงมุมขยุ้มหัวใจ
 
 
                     ระหว่างทางขึ้นภู
 
 
             ความสามารถของผู้สร้างทาง
 
 
        ในดีต้องมีเสียบ้าง ว่าจะมองข้ามก็อดไม่ได้
 
 
     ความสมบูรณ์ของป่า ชอบเฟิร์นก้านดำที่สุด
 
 
                  หงส์เหิร สยายปีก
 
 
                   คล้ายเจ้าแม่กวนอิมเนอะ
 
 
                          เดินไปเพลินไป
 
 
                        ดูหวาดเสียวแต่ไม่นะ
 
 
                ลายไม้เป็นรูปหัวใจ แอร๊ย..ย!!
 
 
                    เก็บความทรงจำเป็นระยะ
 
 
                         ยิ่งสูงยิ่งสวย
 
 
 
                   ธรรมชาติสวยงามไปหมด
 
 
                หัวใจกระจายอยู่ทั่วภูเป็นหย่อมๆ
 
 
                   เป็นพันธุ์ไม้ที่น่ารัก (เปราะภูเขา)
 
 
                        ซอกบันไดยังน่ารักเลย
 
 
 
 
                    มุมนี้เสียวกล้องหล่น 555
 
 
 
       ลงจากภูหิวโซ กินข้าวอาบน้ำเสร็จได้ทำวัตรเย็น
 
อยู่กรุงไม่ค่อยสวดมนต์
เข้าป่าเข้าดอยก็ต้องหลิ่วตาตาม55
 
 
                  เช้ามาได่้ใสบาตรวันแม่ด้วย
 
 
                           อยู่กรุงไม่ค่อยมีโอกาส

ชีวิตในกรุงเช้ามาต้องรีบออกจากรัง
เย็นย่ำค่ำมืดกว่าจะถึงบ้าน
พลังชีวิตหมดพอดี
 
 
       กินข้าวเช้าเสร็จย้ายภู ระหว่างทางแวะถ่ายภาพอีก
 
 
                 ทางขึ้นภูสิงห์ สะดวกมากทางขาด
 
 
                           มองไม่เห็นทาง
 
 
                          แบกน้ำเข้าวัด สาธุ
 
 
           กลุ่ม สว.พักทำใจ วัดใจ ไป-ไม่ไป เป็นระยะ
 
 
                      ยิ่งเดิน....ทางยิ่งยาก
 
 
        พี่ชุดฟ้าให้พักหลบระเบิดก่อน อุ่นใจมีพระด้วย
 
 
   พี่ชุดฟ้าบอก กินได้อร่อยคล้ายหน่อไม้(คล้ายจริงได้ชิมด้วย)
 
 
                            เดินทางต่อ
 
 
                 ชันมากตีนตะขาบไม่หวั่น
 
 
        ภูทอกเด็กไปเลยเมื่อเจอทางขึ้นภูสิงห์
 
ขาลงฝนปรอย ลงสบายลื่นปรื้ดๆ เบรคไม่ได้555
 
 
                          งามเกินคุ้ม
 
 
 
 
 
                 จากภูสิงห์เคลื่อนมาภูวัว
 
 
          ลุยลัดเลาะลำธาร ด้วยรองเท้าพิเศษกันลื่น
 
 
       ระหว่างทางมีดอกไม้ป่านานาพันธุ์บานรับฝนแรก
 
 
 
                        มีแต่ใบก็ยังสวยนะ

เหมือนผู้หญิง สวยทุกคนนะ
ต่างคนก็ต่างสวยในแบบของตัวเองเนอะ
 
 
                                  ม้าวิ่ง
 
 
                                ขิงกระต่าย
 
 
              อากาศบริสุทธิ์มาก ไลเคนเค้าบอกมา
 
 
 
             ภูสิงห์ก็แบบหนึ่ง ภูวัวก็อีกแบบ(ลำบาก)
 
 
                   รองเท้าพิเศษช่วยให้กล้าลุย
 
เดินตัดลัดลำธารไปเรื่อยๆ
สติต้องอยู่กับตัวตลอดเวลา
สตังค์ยังช่วยอะไรไม่ได้ ณ เวลานั้น 555
 
 
                   ต้นธาร น้ำตกถ้ำพระ
 
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น จริงๆนะ
 
 
                       สวยจนลืมเหนื่อย
 
 
           แง่ม..ม ไลเคนก็อยากเป็นรูปหัวใจกับเค้า
 
ไว้มีเวลาจะมาเหลาเรื่องที่ไปรับการอบรมบ่มนิสัยนะ
จะเหลาให้แหลมเลยเชียว
อบรมทุกศุกร์นานถึง 1 ปี
ไม่แหลมให้รู้กันไป ฮี่ๆ

 
วันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2554
ได้เสด็จไปประทับรักษาพระอาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต
ณ ตึก 84 ปี ชั้น 5 โรงพยาบาลศิริราช
พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ
และสิ้นพระชมน์เมื่อเวลา 16.37 น.
ของวันพุธที่ 27 กรกฎาคม2554
รวมพระชนมายุ 85 พรรษา..

(ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุ
งานพระราชทานเพลิงพระศพฯ จัดพิมพ์ พ.ศ.2555)
 
 
 
 
 
 
        ข้อมูลความรู้ต่างๆจากนิทรรศการและแผ่นพับในงาน    
 
 
ความรู้เรื่องพระเมรุและเครื่องประกอบพระเมรุอย่างละเอียด
หาได้ในงานนี้ จัดทำโดยกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม 
 
 
       แม้แดดจะจัดจ้านก็ไม่อาจกั้นผู้คนที่หมุนเวียนกันมา ณ ที่นี้
 
 
                       บางกลุ่มเข้าไปชื่นชมใกล้ๆ
 
 
    กลุ่มใหญ่จะชื่นชมอยู่ไกลๆหลบแสงแดดที่แรงกล้าอยู่ใต้ร่มเงา
 
 
              สลับสับเปลี่ยนกันออกแดดและหลบร่ม
 
 
 
               แสงที่แรงขับให้ฟ้าสวย สีสรรสดใสจัดจ้าน
 
 
           ดอกไม้นานาพันธุ์แข่งกันอวดสีสรรและความงาม
 
 
    สัตว์ในจินตนาการนานาพันธุ์จากป่าหิมพานต์  ประกอบพระเมรุ
มีทั้งหม